MDPC, Author at MDPC - Page 5 of 7

8 ทริค แต่งคอนโดสไตล์โรแมนติกรับวาเลนไทน์

สำหรับคนที่มีคู่รัก อย่าปล่อยวันวาเลนไทน์ให้ผ่านเลยไป จนเหมือนเป็นแค่วันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง แต่ควรทำวันนี้ให้มีความหมาย สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำระหว่างคนสองคนขึ้นมา  เพราะนี่คือวิธีเติมความหวาน ความโรแมนติก ให้กับคุณและคู่ของคุณได้อย่างดี ซึ่งทำให้ชีวิตรักของคุณสดใสสดชื่นอยู่ตลอดเวลา

โดยสิ่งที่สร้างช่วงเวลาพิเศษ ในวันวาเลนไทน์ได้ดีที่สุดก็คือ การสร้างบรรยากาศภายในห้อง ให้อบอวลไปด้วยความรัก ความหวาน และอารมณ์โรแมนติก ดังนั้นจากห้องคอนโด ที่เห็นกันอยู่ทุกวัน ๆ คุณควรลุกขึ้นมาตกแต่งคอนโดเสียใหม่ เริ่มต้นจากทำความสะอาดห้องให้เอี่ยม สะอาด จัดเก็บข้าวของที่รกหูรกตาให้เข้าที่เข้าทาง อาจจะหาซื้อกล่องพลาสติกมาสำหรับเก็บของ แล้วหามุมลับตาวางให้เป็นระเบียบ เพราะห้องรก ๆ ข้าวของเกลื่อน คงยากที่จะตกแต่งคอนโดได้

จากนั้นให้เติมสิ่งที่สร้างความโรแมนติกสำหรับวันวาเลนไทน์เหล่านี้เข้าไป

1. เพิ่มโทนสีหวาน หรือสีแดง สีชมพู ให้กับห้อง เพราะสีจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องคอนโดได้ง่ายที่สุด และในกรณีนี้ควรเป็นสีที่บ่งบอกถึงความรัก ความโรแมนติก แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้ห้องเป็นสีนั้นไปทั้งหมด แค่เพิ่มสีเหล่านี้ไปตามจุดต่าง ๆ เช่น หมอนอิงสีแดง, ผ้าม่านสีชมพู, ผ้าปูโต๊ะ, จานชามสีหวาน ๆ ฯลฯ บรรยากาศห้องก็หวานขึ้นแล้ว

2
. สร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นหอม กลิ่นห้องหอม ๆ ช่วยสร้างอารมณ์โรแมนติกได้เป็นอย่างดี คุณสามารถเลือกสร้างกลิ่นหอมให้กับห้องด้วย สเปรย์หอม ,น้ำมันหอมระเหย หรือเทียนหอมก็ได้ แต่แนะนำว่าควรเลือกกลิ่นหอมของดอกไม้จะเข้ากับวันวาเลนไทน์ที่สุด โดย

– กลิ่นกระดังงา ช่วยให้ผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศแห่งความรัก และความรัญจวนใจ

– กลิ่นกุหลาบ ช่วยสร้างบรรยากาศที่โรแมนติก กระตุ้นความรักความปรารถนาให้เกิดขึ้นภายในใจ นับเป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมไม่เคยเสื่อมคลาย

– กลิ่นจำปา ช่วยให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นในใจ เสริมสร้างอารมณ์ และความรัก

– กลิ่นเจอราเนียม เป็นที่นำความสุขและความอิ่มเอมใจมาให้

– กลิ่นไลแล็ก ให้กลิ่นที่หอมหวาน เป็นกลิ่นแห่งความรัก ความโรแมนติก

– กลิ่นมะลิ กลิ่นนี้สถาบันวิจัยเซ้นท์ออฟสเมล ประเทศอังกฤษ พบว่ามีคุณสมบัติลดอาการซึมเศร้า และกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางเพศได้ดีมาก

3. ใช้แสงไฟโทนอบอุ่น Warm White หรือ Cool White ภายในห้อง โดยเฉพาะห้องนอน เพราะ Warm White จะให้แสงในโทนสีส้ม ที่ให้ความรู้อบอุ่น อ่อนโยน ส่วน Cool White ให้แสงขาวสดใสในโทนอุ่น อยู่กึ่งกลางระหว่าง Warm White และ Daylight White การใช้ 2 โทนสีนี้ในการตกแต่งคอนโดจะช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น โรแมนติก และหรูหราในคราวเดียวกัน

4. ใช้ไฟปิงปอง หรือไฟราว แบบที่เรียกกันง่าย ๆ ว่าไฟคริสต์มาสตกแต่งคอนโด แม้การติดไฟราวจะให้ความรู้สึกคึกคักสดใสแบบงานปาร์ตี้ แต่ไฟแบบนี้สามารถสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้เช่นกัน โดยการนำมาติดเป็นราวห้อยระย้าลงมา หรือติดเป็นตัวอักษรที่มีความหมาย มีข้อแม้ว่าไม่ควรเป็นแบบหลากสี แต่ควรเป็นโทนสีเดียว เช่น สีขาว หรือส้ม

5. ประดับมุมห้อง หรือโต๊ะดินเนอร์ด้วยดอกไม้ ไม่มีอะไรจะสื่อถึงความโรแมนติกได้ดีเท่าดอกไม้สวย ๆ อีกแล้ว โดยดอกไม้ที่เลือกใช้อาจดูให้เหมาะสมกับการตกแต่งห้องโดยรวม อาจเป็นดอกไม้ที่มีความหมายพิเศษสำหรับคู่ของคุณ หรือเป็นดอกไม้ชนิดโปรดของคนรัก ถ้าเลือกไม่ถูก ดอกกุหลาบนับว่าเหมาะกับวาเลนไทน์ที่สุดแล้ว

6. เพิ่มอุปกรณ์พิเศษสำหรับโต๊ะดินเนอร์ เช่น เชิงเทียนเก๋ๆ , จานชามเซ็ทพิเศษ แก้วไวน์หรือแก้วแชมเปญ ถ้าเป็นแก้วแชมเปญ ให้ใช้แก้วแชมเปญทรงสูงปากแคบ ที่ทำให้เห็นพรายฟองสีทองซู่ซ่าระยับสวย ส่วนแก้วไวน์ ควรเลือกตัวแก้วใหญ่ก้นป่อง ขอบแก้วกว้าง เพื่อให้ไวน์มีพื้นที่สัมผัสอากาศมากขึ้น ช่วยกระจายกลิ่น และรสชาติที่เข้มข้นของไวน์ ซึ่งจะเสริมให้บรรยากาศมื้อดินเนอร์โรแมนติกกว่าที่เคย

7. เพิ่มกรอบรูปที่ใส่รูปคู่ของคุณ โดยอาจวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ของห้อง หรืออาจติดเรียงไว้ที่ผนังด้านหนึ่ง โดยให้เลือกใช้รูปที่มีความทรงจำดี ๆ ระหว่างกัน เช่น รูปตอนไปเที่ยวด้วยกันตามสถานที่ต่าง ๆ ในแต่ละช่วงเวลา

8. เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ให้เป็นสีอ่อน ๆ หวาน ๆ เช่น สีพาสเทล เพื่อสร้างอารมณ์โรแมนติก ที่แตกต่างไปกว่าเดิม แนะนำว่าควรเลือกผ้าปูที่ทำจากผ้าซาติน, ผ้าไหม, ผ้าแพร ที่ให้สัมผัสนุ่มลื่น สบายด้วย

คิดว่าคุณน่าจะได้ไอเดียดี ๆ สำหรับการตกแต่งห้องในวันวาเลนไทน์หวาน ๆ กันบ้างไม่มากก็น้อย เพียงแต่อย่าลืมว่าต้องใส่รายละเอียด ความชอบ ของคนที่คุณรักเข้าไปด้วย เพราะความใส่ใจคนที่คุณรัก นี่แหละคือ ความโรแมนติกที่แท้จริง นอกจากนั้นการให้ของขวัญพิเศษในวันนี้ก็เป็นเซอร์ไพร์สที่น่าประทับใจ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Major.co.th

สร้างพลังบวกให้กับห้องต้อนรับปีใหม่จีน ต้องทำอะไรบ้าง?

ชาวจีนเชื่อกันว่า วันตรุษจีนหรือวันปีใหม่ของชาวจีน ถ้าเริ่มต้นด้วยการทำสิ่งที่เป็นมงคล ถูกต้องตามหลักความเชื่อที่สืบทอดกันมา จะส่งผลให้ตลอดทั้งปี มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดบ้านรับตรุษจีน เพื่อเปิดทางให้โชคลาภเข้ามาสู่บ้านได้อย่างสะดวก ไม่ติดขัด

ดังนั้นจึงมักได้เห็นชาวไทยเชื้อสายจีนแทบทุกบ้าน รวมพลช่วยกันทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ก่อนวันตรุษจีน เพราะเชื่อกันว่า การทำความสะอาดบ้าน หมายถึงการขจัดเป่าปัดสิ่งไม่ดี ที่ยังคงค้างคามาจากปีก่อนให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ หรือปัญหาปวดหัวกวนใจ ติดขัดเรื่องธุรกิจการงาน ปัญหาครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ โดยมีเคล็ดว่าให้เริ่มทำความสะอาดจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง เพื่อกำจัดสิ่งไม่ดีที่เข้ามาในปีที่แล้วออกไป พร้อมกับเรียกโชคลาภเข้ามาแทน

ทั้งยังเชื่ออีกว่าการจัดบ้านรับตรุษจีน ให้บ้านมีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย  จะช่วยส่งเสริมชะตาและโชคลาภ  และถ้าบ้านมีข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ใช้แล้ว หรือแตกหักเสียหาย แม้จะบิ่นเล็กน้อย ก็ต้องโละทิ้งไป เพราะถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคล หากเก็บไว้อาจทำให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความบาดหมางกัน

เมื่อทำความสะอาดบ้านจนหมดจดเรียบร้อย คราวนี้ก็ควรมาจัดบ้านรับตรุษจีนกัน ด้วยสิ่งของที่เสริมมงคลตามความเชื่อของชาวจีน ดังนี้

1. โคมไฟจีนสีแดง โดยนำมาตกแต่งบ้านบริเวณหน้าประตูทางเข้าออก เชื่อกันว่าจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปได้

2. แจกันใส่ดอกไม้มงคล ที่นิยมในการจัดบ้านรับตรุษจีน คือ ดอกโบตั๋น ที่ชาวจีนยกให้เป็นตัวแทนของเกียรติยศ และความมั่งคั่ง ดอกบ๊วย เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ และดอกกล้วยไม้ เป็นสัญลักษณ์ของการมีบุตรหลานและชาติตระกูลสืบไป

3. ต้นไผ่
 เป็นสัญลักษณ์ของพลังชี่ที่ดีในศาสตร์ฮวงจุ้ย ช่วยให้คนในบ้านมีสุขภาพที่ดี มีความอุดมสมบูรณ์ สงบร่มเย็น มีความสุข

4. ต้นส้มจี๊ด
 เพราะในภาษาจีนกวางตุ้งพ้องเสียงกับคำว่าทองและโชคดี คนจีนส่วนใหญ่จึงนิยมนำต้นส้มจี๊ดมาประดับตกแต่งจัดบ้านรับตรุษจีน

5. เทียนสีแดงหรือสีเหลือง
 เพราะสีของเทียนและเปลวไฟจะผสานพลังและความหมายที่ดีในหลักฮวงจุ้ย โดยสีฟ้าของเปลวไฟจะนำความสงบและความสมดุลมาสู่บ้าน เทียนสีแดงหมายถึงพลังและความปรารถนาอันเต็มเปี่ยม

6. ภาพมงคล ที่ได้รับความนิยมในช่วงตรุษจีนคือ รูปภาพเทพเจ้าต่าง ๆ, ปลาทอง, ปลาคราฟ ซึ่งล้วนมีความหมายที่เป็นมงคลคำมงคลหรือคำอวยพรปีใหม่ภาษาจีน โดยจะเป็นกระดาษคู่ที่เขียนตัวอักษรในแนวตั้ง มักเป็นคู่ 4 ตัวอักษร หรือคู่ 7 ตัวอักษร มักเป็นกระดาษสีแดงตัวอักษรสีทองหรือสีดำ แขวนไว้ที่เสาหรือประตูหน้าบ้านทั้งสองข้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล
นอกจากนั้นยังมีข้อห้ามที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีนอย่างเด็ดขาดก็คือ

  • ห้ามกวาดบ้านในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะนำสิ่งดี ๆ และเงินทองออกไป
  • ห้ามซักผ้ากองโตในวันตรุษจีน เพราะเป็นการแสดงออกว่าลบหลู่เทพเจ้า ทั้งชาวจีนมีความเชื่อว่าวันนี้เป็นวันประสูติของเทพเจ้าน้ำ
  • ห้ามทำกิจกรรมที่ไม่เป็นมงคล เช่น ไปโรงพยาบาล หรือไปงานศพ เพราะจะนำความอัปมงคลมาให้เจ้าของบ้าน
  • อย่าเดินเข้าห้องนอนของคนอื่น โดยเชื่อว่าจะทำให้โชคร้าย
  • ช่วงเดือนแรกของวันตรุษจีนอย่าซื้อรองเท้าใหม่เข้าบ้าน เพราะคำว่ารองเท้าในภาษาจีน คือ Hai ซึ่งออกเสียงคล้ายกับการถอนหายใจ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก major.co.th

ว่าด้วยเรื่อง ‘กฎหมายบันไดหนีไฟ’ ที่มนุษย์คอนโดต้องรู้

การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม คือ ไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่ใฝ่ฝัน แล้วจะยิ่งดีมากขึ้น ถ้าคอนโดมิเนียมนั้นอยู่บนชั้นสูง ๆ ชนิดที่เห็นวิวแบบ 360 องศา ไม่ปฏิเสธว่า ยิ่งชั้นสูงเท่าไหร่วิวก็ยิ่งสวย และเป็นที่ต้องการมากขึ้นเท่านั้น

แต่อยากให้หยุดคิดสักนิดหนึ่งว่า คอนโดห้องสูงนั้นระบบความปลอดภัยเป็นอย่างไร โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวกับอัคคีภัย ที่ควรจะถูกต้องตามกฎหมายบันไดหนีไฟคอนโด ซึ่งควรเป็นสิ่งที่มนุษย์คอนโดต้องรู้ และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

     กฎหมายบันไดหนีไฟคอนโดตามกฎหมายกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ลักษณะบันไดหนีไฟที่ถูกต้อง

  • อาคารที่สูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปและสูงไม่เกิน 23 เมตร หรืออาคารที่สูง 3 ชั้นและมีดาดฟ้าเหนือชั้นที่ 3 มีพื้นที่เกิน 16 ตารางเมตร นอกจากมีบันไดของอาคารตามปกติแล้ว ต้องมีบันไดหนีไฟที่ทำด้วยวัสดุทนไฟอย่างน้อยหนึ่งแห่ง และต้องมีทางเดินไปยังบันไดหนีไฟโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง
  • บันไดหนีไฟต้องมีความลาดชันน้อยกว่า 60 องศา เว้นแต่ตึกแถวและบ้านแถวที่สูงไม่เกิน 4 ชั้น ให้มีบันไดหนีไฟที่มีความลาดชันเกิน 60 องศาได้ และต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น
  • บันไดหนีไฟภายนอกอาคารต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร และต้องมีผนังส่วนที่บันไดหนีไฟพาดผ่านเป็นผนังทึบ ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรที่เป็นวัสดุทนไฟ
  • บันไดหนีไฟตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่ทอดถึงพื้นชั้นล่างของอาคาร ต้องมีบันไดโลหะ ที่สามารถเลื่อน หรือยืด หรือหย่อน ลงมาจนถึงพื้นชั้นล่างได้
  • บันไดหนีไฟในอาคารต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร มีผนังทึบก่อสร้างด้วยวัสดุถาวร ที่เป็นวัสดุทนไฟกั้นโดยรอบ เว้นแต่ส่วนที่เป็นช่องระบายอากาศ และช่องประตูหนีไฟ และต้องมีอากาศถ่ายเทจากภายนอกอาคารได้ โดยแต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่เปิดสู่ภายนอกอาคารได้ มีพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 1.4 ตารางเมตร กับต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอ ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ประตูหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ มีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร และต้องทำเป็นบานเปิดชนิดผลักออกสู่ภายนอกเท่านั้น กับต้องติดอุปกรณ์ชนิดที่บังคับให้บานประตูปิดเองได้ และต้องสามารถเปิดออกได้โดยสะดวกตลอดเวลา ประตูหรือทางออกสู่บันไดหนีไฟต้องไม่มีธรณีหรือขอบกั้น
  • พื้นหน้าบันไดหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได และอีกด้านหนึ่งกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

ลักษณะบันไดหนีไฟคอนโดสูงไม่เกิน 23 เมตร ที่ถูกต้องตามกฎหมายบันไดหนีไฟคอนโด

1. มีผนังทึบทนไฟ
2. บันไดกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร และไม่เกิน 1.50 เมตร
3. ลูกนอนของบันไดกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร ส่วนลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร
4. ชานพักบันไดหนีไฟกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได
5. ชานพักบันไดที่อยู่ระหว่างประตูกับบันได กว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และไม่น้อยกว่า 1.2 เท่าของความกว้างบันได
6.บันไดหนีไฟในอาคาร ต้องสร้างในมีอากาศถ่ายเทจากภายนอกอาคาร โดยพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 1.4 ตารางเมตร
7. ราวจับต้องสูงจากพื้นไม่เกิน 90 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร และส่วนที่ยื่นออกมาจากผนังต้องไม่เกิน
10 เซนติเมตร
8. ราวกันตกสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.10 เมตร
9. ประตูบันไดหนีไฟ กว้างไม่น้อยกว่า 85 เซนติเมตร สูง 2 เมตร บานประตูปิดสนิท สามารถเปิดเข้าสู่ตัวบันไดได้ ยกเว้นชั้น
ดาดฟ้า หรือชั้นล่างที่เข้า-ออก
10. ป้ายบอกเลขชั้นของบันได ควรระบุชั้นล่างและชั้นบนสุดของบันไดหนีไฟ พร้อมบอกทิศทางออก
11. ทางปล่อยออกจะต้องเปิดสู่ภายนอกอาคาร ที่เป็นลานโล่งหนีไฟ ซึ่งคำนวณได้จากจำนวนผู้ใช้อาคาร และมีความกว้างไม่
น้อยกว่า 1 เมตร

ลักษณะบันไดหนีไฟคอนโดแบบ High Rise หรือสูงกว่า 23 เมตรขึ้นไป ที่ถูกต้องตามกฎหมายบันไดหนีไฟคอนโด
1. ผนังทึบ ทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
2. บันไดหนีไฟกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ไม่เกิน 1.50 เมตร
3. ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร
4. บันไดหนีไฟภายในอาคารจะต้องมีระบบอัดลมภายในบันได ผนังสามารถเปิดระบายอากาศได้ และต้องมีช่องเปิดได้ทุกชั้น เพื่อ
ช่วยระบายอากาศ
5. ประตูบันไดหนีไฟปิดสนิท กว้างไม่น้อยกว่า 85 เซนติเมตร สูง 2 เมตร
6. ชานพักบันไดที่อยู่ระหว่างประตูกับบันได กว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และไม่น้อยกว่า 1.2 เท่าของความกว้างบันได
7. ราวจับสูงจากพื้นไม่เกิน 90 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร และส่วนที่ยื่นออกมาจากผนังต้องไม่เกิน 10
เซนติเมตร
8. ราวกันตกสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.10 เมตร
9. ป้ายบอกเลขชั้นต้องระบุชั้นล่างและชั้นบนสุดของบันไดหนีไฟ พร้อมบอกทิศทาง
10. ทางปล่อยออกต้องเปิดสู่ภายนอกอาคารที่เป็นลานโล่งหนีไฟ โดยคำนวณขนาดจากจำนวนผู้ใช้อาคารและมีความกว้างไม่
น้อยกว่า 1 เมตร

     ทั้งหมดนี้คือข้อกฎหมายบันไดหนีไฟคอนโดที่ถูกต้อง ซึ่งคนคอนโดทุกคนจำเป็นต้องรู้ แล้วก็ควรใช้เวลาตรวจตราทุกครั้งเมื่อไปดูห้องคอนโดที่ต้องการ นอกเหนือจากการดูรายละเอียดภายในห้องคอนโด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย อบอุ่นใจในการอยู่อาศัยของตัวคุณเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก Major.co.th

เริ่มต้นลงทุนคอนโด ตั้งค่าเช่าเท่าไรดี?

ปล่อยเช่าคอนโด ดีอย่างไร ทำไมต้องปล่อยเช่า?

จริงๆแล้วการปล่อยเช่าคอนโดถือเป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุนในอสังหาฯ ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานแล้วและเป็นที่นิยมในหลายประเทศ ด้วยเนื่องจากสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ ใครที่หวังได้ผลตอบแทนแบบกินยาวๆ ได้หลายๆปี ไม่อยากแค่เก็งกำไรซื้อมาแล้วขายไป ก็แนะนำวิธีการปล่อยเช่าเลยครับ

ตั้งค่าเช่า ตั้งอย่างไร?

ก่อนที่จะคิด Rental Yield เพื่อหาความคุ้มค่านั้น เราต้องมีค่าเช่าในใจก่อน โดยเราจะทดลองเอาค่าเช่าที่ทดไว้ในใจ มาคำนวณหา Rental Yield  ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นตอนนั้น เราต้องตั้งค่าเช่าให้ได้ก่อน อาจจะลองตั้งดูหลายระดับราคา แต่ควรสัมพันธ์ไปกับปัจจัยต่างๆเหล่านี้ เช่น

  • ราคาห้องที่ซื้อมา
  • ทำเลที่ตั้งของโครงการ
  • คิดจากค่าเช่าต่อตารางเมตร
  • รูปแบบ ขนาดของห้องและการตกแต่งต่างๆ
  • เปรียบเทียบกับราคาห้องที่ปล่อยเช่าอื่นๆในโครงการเดียวกันหรือโครงการใกล้เคียง
  • สภาพตลาด ณ ช่วงเวลานั้น

เมื่อเราได้ตั้งค่าเช่าห้องโดยอ้างอิงจากปัจจัยต่างๆข้างต้นแล้ว  ก็จะได้สิ่งที่เรียกว่า “ราคาปล่อยเช่าเบื้องต้น” ซึ่งเป็นเพียงราคาคาดการณ์คร่าวๆ  เราจะนำมาใช้สำหรับการคำนวณต่อไป

เมื่อพูดถึง Rental Yield ความหมายของมันก็คือ ผลตอบแทนจากค่าเช่า คำนวณได้จากราคาคอนโดฯ ที่ซื้อมาและค่าเช่าที่คิดว่าจะได้รับตลอดทั้งปี ผลตอบแทนที่ว่าจะออกมาเป็น % เสมอ ตัวเลขนี้จะแสดงให้เราเห็นว่าผลตอบแทนที่ได้รับต่อปีนั้นอยู่ที่ระดับเท่าไร คุ้มค่าหรือไม่ หลังจากที่นักลงทุนกำหนดราคาค่าเช่าให้สอดคล้องไปกับปัจจัยต่างๆ ดังที่กล่าวไปในหัวข้อข้างต้นแล้ว เราก็จะนำค่าเช่าที่ได้ตั้งไว้นั้น มาคำนวณหา Rental Yield กันต่อครับ

วิธีคำนวน Net Rental Yield (อัตราผลตอบแทนจากการให้เช่าสุทธิ) 

สำหรับสูตรนี้จะนำเอาค่าใช้จ่ายอื่นๆมาคำนวณร่วมด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกิดขึ้นจริงเมื่อซื้อและอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม อาทิเช่น ค่าส่วนกลาง ค่ากองทุนแรกเข้า ค่าประกันภัยอาคาร และค่าใช้จ่ายรายเดือนอื่นๆ สรุปคือหากมีค่าใช้จ่ายอะไรก็ต้องนำมาบวกรวมด้วยทั้งหมด

(คิดแบบรายปีครับ) จากนั้นนำมาคำนวณต่อโดยเอาค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดทั้งปี มาหักลบกับค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี หารด้วยราคาอสังหาฯ และคูณกับ 100 เพื่อหา % เราก็จะได้ Net Rental Yield ครับ

ยกตัวอย่างการคำนวน Net Rental Yield

นางสาว A ซื้อคอนโดแห่งหนึ่งแถวพระรามเก้า มาในราคา 3,500,000 บาท และตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดในราคา 22,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือนตามสัญญาที่ผู้เช่าได้ทำไว้ เฉพาะค่าเช่ารวม 12 เดือนจะอยู่ที่ 264,000 บาท แต่มีการคิดรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย ได้แก่ ค่าส่วนกลาง และค่าจ่ายใช้จ่ายรายเดือนอื่นๆ รวมเดือนละ 3,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายต่อปีเท่ากับ 36,000 บาท ค่าเช่าสุทธิที่จะได้รับต่อปีหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วคือ 264,000-36,000 = 228,000 บาท

ดังนั้น อัตราผลตอบแทนจากการให้เช่า = (228,000 ÷ 3,500,000) x 100 = 6.5% ต่อปี

Rental Yield ควรอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ถึงคุ้มค่า น่าลงทุน?

หลังจากที่เราคำนวณ Rental Yield ออกมาแล้ว จะพบว่ายิ่งค่า % มากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีต่อการลงทุนมากเท่านั้น สังเกตได้ว่าโครงการใดที่มีผู้เช่าให้ความสนใจจำนวนมาก เช่น โครงการส่วนใหญ่ที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าใกล้แหล่งงาน หรือโครงการที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยว จะสะท้อนให้เห็นถึงตัวเลข Rental Yield ที่ค่อนข้างสูง และมักเป็นที่จับจองของบรรดานักลงทุนด้วยเช่นกัน นอกจากเรื่องของ Location แล้ว Rental Yield ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น รูปแบบห้อง ขนาดพื้นที่ห้อง ความน่าสนใจของโครงการ แบรนด์ผู้พัฒนา เป็นต้น ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อความต้องการเช่ามากน้อยแตกต่างกันออกไป

และเมื่อพิจารณาถึง ระดับ Rental Yield ที่เรียกว่า “เป็นมิตรต่อการลงทุน” โดยทั่วไปแล้ว ควรอยู่ที่ระดับ 5-7% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของ Rental Yield ของคอนโดในกรุงเทพฯ หากได้มากกว่านี้ยิ่งดี แต่ถ้าต่ำกว่านี้ อาจจะ “ไม่น่าลงทุน” สักเท่าไร ส่วนกรณีที่กู้เงินมาซื้อคอนโดและต้องผ่อนชำระกับทางธนาคาร เราต้องเปรียบเทียบกับอัตราเงินกู้ด้วย โดยผลตอบแทนที่ควรจะได้รับนั้นต้องสูงกว่าอัตราเงินกู้เฉลี่ยอย่างน้อย 2% เพื่อไม่ให้เป็นภาระผ่อนเยอะจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่น อัตราเงินกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 4% ดังนั้นเราก็ควรจะได้รับ Rental Yield อย่างน้อย +2% คือ 6%

ขอบคุณข้อมูลจาก thinkofliving.com

‘หุ้น’ หรือ ‘คอนโด’ ลงทุนแบบไหนที่ได้รับผลตอบแทนมากกว่า?

ปัจจุบันการลงทุนมีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการลงทุนนั้นก็เพื่อที่จะสร้างผลกำไรและความมั่งคั่งให้แก่ผู้ลงทุนในอนาคต วันนี้จะพูดถึงการลงทุน 2 รูปแบบ ได้แก่ การลงทุนหุ้น และการลงทุนคอนโด แน่นอนว่าการลงทุนทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันมากพอสมควร

การลงทุนหุ้น  เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงจากราคาหุ้น ที่มีความผันผวนมาก เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถสร้างผลกระทบให้กับราคาหุ้นได้ตลอดเวลา เช่น ข่าวสารทางการเงิน ข่าวเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ข่าวลือ ผลประกอบการของธุรกิจที่เราลงทุน ฯลฯ ซึ่งทำให้มีโอกาสการขาดทุนได้ง่าย อีกทั้งการลงทุนหุ้นต้องใช้เงินสดหรือการกู้ยืมเงินระยะสั้น ทำให้มีต้นทุนในการลงทุนสูง ผู้ลงทุนจำเป็นต้อง ศึกษา และทำความเข้าใจในธุรกิจหรือหุ้นที่ลงทุนไปด้วย ที่สำคัญต้องติดตามข่าวสารและหมั่นหาความรู้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งประสบการณ์ในการลงทุนถือว่ามีความสำคัญมาก จึงค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากในการทำกำไรให้ได้ดีสำหรับนักลงทุนหุ้นหน้าใหม่

การลงทุนคอนโด มีหลากหลายรูปแบบ อาทิ การลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น อย่างการขายใบจอง หรือเงินดาวน์ ส่วนการลงทุนระยะยาวก็เช่น ลงทุนคอนโดปล่อยเช่าเพื่อทำกำไร หรือปล่อยขายเมื่อมีมูลค่าสูงในอนาคต หรือบางคนก็สะสมไว้เพื่อเป็นมรดกที่มีมูลค่าสูงที่ส่งต่อให้ลูกหลาน ซึ่งข้อดีของการลงทุนคอนโดมีอยู่หลายประการ ดังนี้

  • ไม่ต้องเสี่ยงกับราคาตลาดที่ผันผวน เนื่องจากราคาคอนโดมิเนียมจะค่อย ๆ ขยับขึ้นตามระยะเวลาและมีแนวโน้มที่จะขึ้นทุกปี ขณะที่ราคาหุ้นจะขยับขึ้น-ลง แทบทุกชั่วโมง
  • สามารถกู้เงินธนาคารมาลงทุนได้ง่าย การกู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยทุกธนาคารจะมีดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำกว่าการยื่นกู้เงินสดมาใช้ในการลงทุน ทั้งยังมีระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุดถึง 30 ปี และยังสามารถยื่นขอรีไฟแนนซ์เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยต่ำในทุก ๆ 3 ปี จึงมีดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้เงินสด
  • เป็นการลงทุนที่ใช้เวลาในการติดตามน้อย ถ้าลงทุนในหุ้นคุณจะต้องคอยมอนิเตอร์ตลาดหุ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ไม่พลาดการทำกำไร ขณะที่การลงทุนคอนโดไม่ต้องเกาะติดและใช้เวลามากเท่า ซึ่งนับเป็นข้อดีของการลงทุนคอนโดที่ชัดเจน เพราะคุณอาจใช้เวลาแค่ช่วงก่อนการตัดสินใจ ด้วยการหาข้อมูลเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด จากนั้นเมื่อตกลงใจแล้ว ก็ใช้อีกไม่กี่วันในการยื่นกู้ ทำสัญญากับโครงการ หาผู้เช่า ซึ่งเมื่อจบทุกกระบวนการแล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทเวลาเพื่อเกาะติดแต่อย่างใด
  • เป็นการลงทุนที่จับต้องได้ เพราะการเป็นเจ้าของคอนโดหมายถึงคุณเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นรูปธรรม คุณสามารถเข้าพักอาศัยเองก็ได้ จะปล่อยเช่าก็ได้ หรือจะเก็บไว้เป็นมรดกก็ได้ ทั้งยังเป็นสิ่งที่เห็นเมื่อไหร่ก็สร้างความภาคภูมิใจได้เมื่อนั้น
  • นำไปลดหย่อนภาษีได้ นั่นเพราะการลงทุนในคอนโดส่วนใหญ่ผู้ลงทุนจะต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินซึ่งจะมีดอกเบี้ย ซึ่งผู้ลงทุนสามารถนำดอกเบี้ยดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้ ขณะที่การลงทุนหุ้นไม่สามารถนำไปลดหย่อนได้

ขอบคุณข้อมูลจาก major.co.th

 

4 วิธี Work from home อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

Work from home อย่างไรให้มีมีประสิทธิภาพ

จนถึงขณะนี้ การเพิ่มระยะห่างทางสังคมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทหลายแห่งเริ่มใช้นโยบายการทำงานแบบทางไกลเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ การทำงานจากที่บ้านช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง แต่ก็เป็นความท้าทายอย่างสูงในด้านการมีสมาธิทำงานอย่างตั้งใจ ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำผลงานในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ตามมาดูเลย

(1) กำหนดกิจวัตรประจำวันให้ชัดเจน

จะยุติการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันเมื่อต้องทำงานจากที่บ้านได้อย่างไร ขอแนะนำให้กำหนดกิจวัตรประจำวันเพื่อให้มีความรู้สึกของการควบคุม การรักษากิจวัตรประจำวันตามปกติและอย่างสม่ำเสมอเป็นส่วนที่ยากที่สุดของช่วงเวลาดังกล่าวนี้ พยายามตื่นนอนและเข้านอนตามปกติ เริ่มทำงานในเวลาเดียวกันทุกวัน และกำหนดตารางเวลาพักกลางวันในเวลาเดียวกัน หากเป็นไปได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนการแต่งตัวจากชุดอยู่บ้านเป็นชุดทำงานที่ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นและมีสมาธิได้

 

(2) แยกพื้นที่ทำงาน

กำหนดอาณาเขตที่ชัดเจนระหว่างพื้นที่ทำงานและห้องนอน บ้านและที่ทำงานจะเกิดความไม่ชัดเจนได้หากให้พื้นที่ทำงานอยู่บนเตียงนอน การกำหนดพื้นที่ที่จะทำงานเป็นเรื่องสำคัญ หลีกเลี่ยงการทานอาหารเช้าและอาหารกลางวันบนโต๊ะทำงาน พึงระลึกว่าควรหยุดพักสักครู่หรือเดินเล่นรอบบ้านทุก ๆ 30 นาที และกำหนดเวลาที่จะต้องหยุดเมื่อทำงานเสร็จแล้ว

 

(3) จัดการกับภาวะเสียสมาธิ

มีสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิมากมายที่บ้าน เช่น ทีวี เกมคอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ลูกหรือสัตว์เลี้ยงเมื่อต้องทำงานจากที่บ้าน สาว ๆ ควรจำกัดหรือปิดสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการขัดจังหวะการทำงานของตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดคือสวมหูฟังแบบตัดเสียงรบกวนเพื่อช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงาน โดยควรทำงานบ้านเฉพาะช่วงหยุดพักทานอาหารกลางวันหรือช่วงหยุดพักสั้น ๆ มีสมาธิจดจ่อและทำงานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นตามรายการสิ่งที่ต้องทำก่อน

(4) มีเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้

ขอแนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์สำนักงานตามปกติที่ต้องใช้เพื่อทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคุณภาพสูงเพื่อรองรับการประชุมทางวิดีโอที่บ้าน คอยติดต่อเจ้านายและเพื่อนร่วมงานของตัวเองอยู่เสมอเมื่อต้องทำงานจากที่บ้าน ตามหลักแล้ว ควรจะต้องมีโต๊ะทำงานที่นั่งสบาย เก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์แยกต่างหาก คีย์บอร์ดและเมาส์เพื่อลดอาการปวดตาและข้อมือ หากบริษัทสามารถจัดหาอุปกรณ์ให้ได้ ขอให้ใช้อุปกรณ์ที่ได้รับสำหรับการเข้าถึงเอกสารและแอปพลิเคชันทั้งหมดเพื่อความมั่นคงปลอดภัย

 

การทำงานที่บ้านเป็นเวลานาน อาจทำให้มีระยะเวลาของการเดินทาง ไม่ค่อยได้เจอโลกภายนอกซึ่งอาจเป็นข้อเสียเล็กๆ ที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่ต้องทำงานสายครีเอทีฟ หรือต้องการแรงบันดาลใจเพื่อขับเคลื่อนงาน

ฉะนั้น แบ่งเวลาพักส่วนหนึ่งมาเพิ่มแรงบันดาลใจในการทำงาน ก็มีส่วนช่วยให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ เช่น เปิดเพลงที่ช่วยในการผ่อนคลาย อย่างเสียงธรรมชาติ ดนตรีบรรเลง หรือแม้กระทั่งเปิดหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อให้เสียงจากภายนอกเข้ามาบ้าง อ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ ฯลฯ หรือทำสิ่งที่ชอบ เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก watsons.co.th

รู้จักกับ M365 PM EXPERTISE ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก MDPC โดยเฉพาะ

MDPC เรามีทีมวิศวกรมากประสบการณ์จากส่วนกลางคอยมอนิเตอร์ และเข้าตรวจสอบการทำงานของช่างอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานอยู่เสมอ

นอกจากนี้เรายังมีทีม M365 PM EXPERTISE ซึ่งเป็นช่างผู้เชี่ยวชาญในงาน Preventive Maintenance โดยเฉพาะ เข้าตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร ลดความเสียหายจากการชำรุด ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมแซมเครื่องจักรในระยะยาว

MDPC จะไม่หยุดพัฒนา เพราะเราที่จะมุ่งมั่นและใส่ใจการบริการอย่างมืออาชีพ พร้อมนวัตกรรมที่นำสมัย  เพื่อให้เจ้าของร่วมเกิดความพึงพอใจสูงสุด และไร้ความกังวลใจในการพักอาศัย

#MDPC
#ExpertiseMeetsExcellence
#PropertyManagement
#บริหารนิติบุคคลอาคารชุด
#เรื่องกังวลให้เราดูแล

MDPC กับมาตรการเน้นย้ำเรื่องความสะอาด บริเวณจุดสัมผัสต่างๆภายในอาคาร

ฝ่ายบริหารอาคารชุดจาก MDPC ได้มีการเน้นย้ำเรื่องการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสต่างๆภายในอาคารอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณลิฟต์โดยสาร จุดสแกนเข้า-ออกอาคาร มือจับประตู ราวบันได รวมถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่มักมีผู้คนเข้ามาติดต่อเป็นประจำ

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 และเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับผู้ใช้งานภายในอาคารชุดที่ MDPC บริหารอยู่

#MDPC
#ExpertiseMeetsExcellence
#PropertyManagement
#บริหารนิติบุคคลอาคารชุด
#เรื่องกังวลให้เราดูแล

MDPC ส่งทีมพ่นฆ่าเชื้อ โครงการ MARU Ekkamai 2

ฝ่ายจัดการฯจาก MDPC Expertise Meets Excellence ส่งทีมฉีดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ มารุ เอกมัย 2 ไม่ว่าจะเป็นบริเวณโถงลิฟท์ ห้องออกกำลังกาย ห้องประชุม ห้องจดหมาย รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้พักอาศัยภายในโครงการ

พร้อมดำเนินการทุกมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของ MDPC คือ “เรื่องกังวล ให้เราดูแล”

พ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 (5) MDPC

พ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 (1)

พ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 (2) MDPC

พ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 (7) MDPC

พ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 (6) MDPC

พ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 (4) MDPC

รู้จักกับระบบ M365 ระบบงานบำรุงรักษาอาคารชุด ที่จะดูแลคุณตลอด 365 วัน

MDPC ได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างระบบ “M365” มาใช้ในการบำรุงรักษางานวิศวกรรมอาคาร

โดยจะช่วยให้ทีมช่างประจำอาคารทำงานซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Preventive Maintenance การตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

พร้อมการมอนิเตอร์ระบบตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ด้วยทีมซับพอร์ตจากส่วนกลาง และทีม Expertise Express ที่จะช่วยแก้ไขเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร ลดความเสียหายจากการชำรุด ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมแซมเครื่องจักรในระยะยาว ทำให้งานบริหารอาคารชุดดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

M365: SYSTEM ระบบที่ช่วยให้การจัดการงานบำรุงรักษาอาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีมาตรฐาน ตรวจสอบการทำงานได้ง่ายเพียง Scan QR Code ระบุเครื่องจักรที่หน้างานสำหรับการตรวจเช็คค่าต่างๆ และง่ายต่อการทำ Preventive Maintenance

อีกทั้งยังช่วยทำให้ประหยัดค่ากระดาษ จบภาระงานเอกสาร ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพราะมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ออกรายงานการตรวจเช็คค่าต่างๆได้สะดวก พร้อมทั้งยังช่วย สรุปผลการวิเคราะห์ทุกแง่มุมช่วยประเมินศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อีกด้วย

 

M365: MONITORING CENTER
เรามีทีมตรวจการที่จะดูข้อมูลรายงาน วิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real Time และควบคุมการทำงานของช่างอาคารหน้างานให้เป็นไปตามมาตฐาน ทั้งนี้ทีมส่วนกลางจะคอยควบคุมดูแลเป็น Double Security ในส่วนห้องงานระบบ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในระบบงานวิศวกรรมอาคาร หากเกิดเหตุขัดข้อง ก็จะสามารถแจ้งกับทางหน้างานได้อย่างทันท่วงที ลดความเสียหายของอุปกรณ์ และสถานที่

 

M365: EXPERTISE SUPPORT

เรามีทีมเฉพาะกิจ หากเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆเกี่ยวกับงานระบบอาคาร ทีมนี้จะสามารถเข้าช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนได้ทันท่วงที ตามมาตรฐานและกรอบระยะเวลาที่ระบุไว้กับสถานที่ต่างๆ

 

เพราะเราเชี่ยวชาญ “ด้านงานระบบวิศวกรรม”

#MDPC
#ExpertiseMeetsExcellence
#PropertyManagement
#บริหารนิติบุคคลอาคารชุด
#ระบบM365
#รับดูแลระบบงานวิศกรรมอาคารชุด
#เรื่องกังวลให้เราดูแล

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า